เคยไหม..ฉีดโบลดกราม หวังจะให้หน้าเรียวเล็ก แต่ก็ยังดูสวยไม่สุด นั่นก็เป็นเพราะว่าบางคนมีลักษณคางที่ยังไม่ได้รูปนั่นเอง ไม่ว่าจะ คางสั้น คางตัด คางบุ๋ม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ใบหน้าดูกลม ใบหน้าดูสั้นไม่สมส่วน แม้ว่าจะฉีดโบจนกรามเล็กแล้วก็ตาม ดังนั้นการเติมคางให้ยาวขึ้นอีกนิด จะช่วยให้ใบหน้าสวยเป๊ะขึ้นได้ทันทีเลยค่ะ

ซึ่งเดี๋ยวนี้การฉีดฟิลเลอร์คางกำลังเป็นที่พูดถึงและเป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากช่วยแก้ไขปัญหาให้ใบหน้าของเราเรียวสวยได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถือเป็นเทคนิคที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูสวยสมส่วนมากยิ่งขึ้น แต่หลาย ๆ คน อาจจะยังกล้า ๆ กลัว ๆ เนื่องข่าวความอันตรายเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์คางมีค่อนข้างเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นคางย้อยผิดรูป คางเน่า คางเป็นก้อน แต่จริง ๆ แล้ว การฉีดฟิลเลอร์คางนั้นไม่ได้อันตรายอย่างที่หลายคนคิด เพียงแต่เราต้องเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน แค่นี้ก็มั่นใจได้แล้วว่าปลอดภัย เพราะอ่านเนื้อข่าวให้ดี คนที่ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วมีปัญหามักจะมาจากฉีดกับหมอเถื่อนหรือหมอกระเป๋านั่นเอง

ฟิลเลอร์คางอันตรายไหม?..ทำไมบางคนฉีดแล้วเป็นก้อน!?

การฉีดฟิลเลอร์ส่วนไหนก็ตามนั้นมีความเสี่ยงน้อยมาก หรือเรียกว่าไม่เป็นอันตรายเลยก็ว่าได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ต้องได้รับการฉีดฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพ โดยแพทย์ที่ผ่านการอบรมด้านการฉีดฟิลเลอร์มาโดยตรง เพราะแพทย์จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับฟิลเลอร์แต่ละชนิด รวมถึงโครงสร้างของใบหน้าและมีเทคนิคที่สามารถฉีดออกมากได้อย่างสวย ปลอดภัย ดูเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นการเลือกคลินิกก็สำคัญนะคะ เนื่องจากถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจริง ๆ คลินิกที่มีมาตรฐาน จะมีความพร้อม มีเครื่องมือที่สามารถช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ทำไมบางคนฉีดแล้วเป็นก้อน

เป็นปัญหาของคนที่ฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้เกิดปัญหาตามมากภายหลัง ที่พบได้บ่อย ๆ ก็คือฉีดแล้วคางเป็นก้อน คางเบี้ยว คางย้อนหรือดูยาวเกินไป จนเหมือนแม่มด เนื่องจากแพทย์ขาดความรู้ความเข้าใจ ประสบการณ์หรือเทคนิคของแพทย์ยังมีไม่เพียงพอ จึงทำให้แพทย์ขาดทักษะในการวิเคราะห์ใบหน้าและเลือกชนิดของฟิลเลอร์ไม่ถูกต้อง

⬤ ฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง : บริเวณคางมีกล้ามเนื้อที่ชื่อว่า mentalis เป็นจุดที่ต้องระวัง ถ้าฉีดไปโดนกล้ามเนื้อส่วนนี้ จะทำให้ฟิลเลอร์ถูกดึงมากองรวมกัน เป็นสาเหตุทำให้คางดูเป็นก้อนได้ หรือฉีดฟิลเลอร์ตื้นไปจนทำให้เห็นฟิลเลอร์เป็นก้อนใต้ผิว ได้เช่นกัน

⬤ ใช้ฟิลเลอร์ไม่ถูกชนิด : บริเวณคางเป็นส่วนที่ต้องใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลหนัก เพื่อช่วยให้ปั้นแต่งทรงออกมาได้รูป มีความคงตัว เคลื่อนที่ได้ยาก ถ้าหากเลือกให้ผิดไปใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลเบา เนื้อนิ่ม ก็จะเป็นสาเหตุทำให้ฟิลเลอร์ไหล คางเบี้ยว คางย้อยได้

ฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับใครบ้าง

⬤ คนที่มีปัญหารูปหน้าและคาง เช่น หน้ากลม คางสั้น คางตัด คางบุ๋ม มีเหนียงใต้คางต้องการแก้ไขให้ใบหน้าสมส่วนมากขึ้น

⬤ คนที่อยากศัลยกรรมเสริมคาง แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะออกมาดูสวย เข้ากับใบหน้าตัวเองหรือไม่ อาจจะมาลองฉีดฟิลเลอร์คางดูผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ได้ก่อน

⬤ คนที่เคยศัลยกรรมเสริมคางมาแล้วผิวหนังจะยืดขึ้น พอถอดซิลิโคนออก จะทำให้ผิวบริเวณดูนั้นหย่อนคล้อย

⬤ คนที่ไม่อยากเจ็บตัว หรือไม่มีเวลาพักฟื้น จากการศัลยกรรมเสริมคาง

ฉีดฟิลเลอร์คางไปแล้ว อยากเสริมคาง ต้องขูดฟิลเลอร์ออกไหม?

โดยปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์จะใช้สารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือที่เรียกสั้นๆว่า HA ซึ่งเป็นสารที่สามารถสลายตัวได้เอง 100% ทำให้ไม่มีปัญหา หรือไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่การสลายตัวจะต้องใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 8-24 เดือนแล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลตัวเองหลังฉีด ซึ่งฟิลเลอร์คางส่วนใหญ่สลายลงในช่วงเวลาประมาณ 12-24 เดือน ถ้าใครที่รอไม่ไหวต้องการเอาฟิลเลอร์ออกก่อน สามารถทำได้โดยการ “ฉีดสลายฟิลเลอร์”

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือ การฉีดเอนไซม์ที่ชื่อว่า ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เป็นเอนไซม์ที่อยู่ในร่างกายตามธรรมชาติของมนุษย์ มีหน้าที่จัดการย่อยสลายไฮยาลูรอนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายได้รวดเร็วที่สุด

ส่วนคนที่ฉีดฟิลเลอร์ด้วยสารชนิดอื่น หรือเรียกง่าย ๆ ฉีดฟิลเลอร์ปลอม ไม่ผ่านอย. จำพวกซิลิโคนเหลว พาราฟิน จะไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์เหล่านั้นให้หมดไปได้ และยังไม่สามารถสลายไปเองตามธรรมชาติได้อีกด้วย ดังนั้นการขูดฟิลเลอร์ จึงเป็นวิธีสำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้คุณภาพเหล่านี้ ซึ่งอาจจะมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา

ลังเลระหว่าง ฉีดฟิลเลอร์คาง vs เสริมคาง

จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์คาง หรือ ศัลยกรรมเสริมคาง ก็มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้

ฉีดฟิลเลอร์คาง : ข้อดีคือเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีดเสร็จ ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น ถ้าฉีดไปแล้วเกิดไม่ชอบทรงขึ้นมาสามารถกลับมาฉีดสลายฟิลเลอร์ หรือฉีดปรับทรงได้ ทั้งนี้ใบหน้าของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดทุกปี ทำให้การฉีดฟิลเลอร์มีความเป็นธรรมชาติมากกว่าการผ่าตัดเสริมคาง เนื่องจากใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อาจจะทำให้ซิลิโคนเสริมคางดูแยกชั้น ห้อยลงมาได้ และการฉีดฟิลเลอร์คางกับแพทย์ที่มีเทคนิคดีจะช่วยให้มีความสวยเป็นธรรมชาติ ดูละมุนมาก ส่วนข้อเสียคือ อยู่ได้แค่ 12-24 เดือนทำให้ต้องกลับมาฉีดซ้ำมาเรื่อย ๆ

ศัลยกรรมเสริมคาง ข้อดีคือผลลัพธ์สามารถอยู่ได้แบบถาวร ไม่ต้องกลับมาทำซ้ำบ่อย ๆ แต่ข้อเสียคือเจ็บตัว ต้องพักฟื้นหลังผ่าตัด ถ้าเกิดไม่ชอบทรงที่ทำต้องทำการผ่าตัดใหม่อีกครั้ง ผลลัพธที่ได้คางจะดูแข็งกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เพราะเป็นการเสริมซิลิโคนพลาสติกเข้าไป

ดังนั้นจึงอยู่ที่ความพึงพอใจ ของแต่ละบุคคลว่าต้องการวิธีการทำแบบไหนมากกว่ากัน แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลให้ดี ๆ ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาตรงกับใจเรามาที่สุด และปลอดภัย ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นตามมาภายหลัง

การปรับหน้าให้ดูเรียวขึ้นมีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็จะเหมาะกับปัญหาที่แตกต่างกันไป สำหรับใครที่ใบหน้ากลม หน้าบาน คางสั้น คางตัดหรือแม้แต่คางหลุบ การฉีดฟิลเลอร์เป็นอีกทางเลือกที่เหมาะกับปัญหา ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้นแถมห็นผลลัพธ์ทันที ทั้งนี้ก่อนที่จะฉีดสารต่าง ๆ เข้าร่างกายไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์หรือสารตัวอื่น ๆ ควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมให้แน่ใจว่าคลินิคนั้น ๆ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของแท้ และมีอย. สามารถตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง